Monday, 27 June 2022
logo

ตำรวจสอบสวนกลาง โดย บก.ปอศ. “รวบต่างชาติหลอกดูดเงินผ่านธุรกรรมออนไลน์ “

กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.พัฒนา ฉายาวัฒน์ รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก. 5 บก.ปอศ.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.จรัส แก้วสง่า สว.กก. 5 บก.ปอศ.,ร.ต.อ.นพวัตติ์ ธานีจรัญพัฒน์ รอง สว.กก. 5 บก.ปอศ.

ร่วมกันจับกุม นายทอมฯ (นามสมมุติ) อายุ  63 ปี  สัญชาติอเมริกัน  ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ 531/2564 ลง 18 ตุลาคม 2564 ในความผิดฐาน “ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน, ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดย มิชอบ ซึ่งเป็นบัตรที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้าค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด”

สถานที่จับกุม ซอยหัวหิน 88/1 ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2564 เวลา 12.30 น.

พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ  ได้จับกุมตัวนายทอมฯ อายุ  63 ปี  สัญชาติอเมริกัน ผู้ต้องหาซึ่งได้หลอกลวงให้ผู้อื่นทำธุรกรรมออนไลน์ มูลค่าความเสียหายรวมแสนกว่าบาท หลังหลบหนีมานานเกือบ 15 ปี เหลือเพียง 1 วัน จะครบอายุความ

สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2550 นายสมชายฯ ผู้รับมอบอำนาจจากทางธนาคารชื่อดังแห่งหนึ่ง ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับนายธนาธิป (สงวนนามสกุล) และนางธัญรัศม์ (สงวนนามสกุล) ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันปลอมเอกสาร และใช้เอกสารปลอม, ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน, ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ของผู้อื่นโดยมิชอบซึ่งเป็นบัตรที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้าค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด” ซึ่งต่อมากองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ได้รับคำร้องทุกข์ไว้และทำการสอบสวน จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองไว้ได้ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลจนทราบตัวผู้ร่วมกระทำผิดเพิ่มเติมคือ นายทอมฯ ผู้ต้องหารายนี้

โดยจากการสืบสวนสอบสวนขยายผลทราบว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุเมื่อประมาณปลายเดือนตุลาคม 2549 มีคนร้ายปลอมแปลงเว็บไซต์ที่มีลักษณะคล้ายเว็บไซต์ของธนาคารชื่อดังแห่งหนึ่ง และส่งข้อความไปยังเป้าหมายที่เป็นลูกค้าของธนาคารที่มีการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบ E-Banking อ้างว่าเว็บไซต์ของธนาคารได้ทำการปรับปรุงและให้คลิกเข้าไปที่เว็บไซต์ปลอม หากลูกค้าหลงเชื่อทำรายการเข้าไปในเว็บไซต์ดังกล่าวก็จะไม่สามารถทำรายการต่อไปได้ เนื่องจากเป็นเพียงระบบที่ทำมาเพื่อเก็บข้อมูลจากผู้หลงเชื่อและกรอกข้อมูลลงไปเท่านั้น จากกรณีดังกล่าวปรากฏว่ามีผู้เสียหายเป็นลูกค้ารายหนึ่งของธนาคาร ถูกคนร้ายหลอกลวงเข้าไปทำรายการในเว็บไซต์ปลอม จนถูกกลุ่มผู้ต้องหาเก็บข้อมูลชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านสำหรับเข้าระบบธุรกรรมทางการเงินไว้ จากนั้นได้นำข้อมูลของผู้เสียหายไปทำการโอนเงินจากบัญชีผ่านทางระบบ E-Banking ด้วยการโอนเงินออกไปยังบัญชีต่างๆ จำนวนหลายบัญชี โดยบัญชีรับเงินที่โอนออกไปนั้น มีนายธนาธิปฯ เป็นผู้ที่ติดต่อว่าจ้างบุคคลอื่นมาเปิดบัญชีดังกล่าว มีการให้ค่าตอบแทนประมาณ 4,000-5,000 บาทต่อบัญชี ต่อมาเมื่อมีการจับกุมตัวนายธนาธิปฯ ได้ นายธนาธิปฯ ได้ให้การเพิ่มเติมว่าตนเองถูกนายทอมฯ หลอกลวงให้ช่วยหาคนมาเปิดบัญชีเงินฝาก โดยอ้างว่าจะนำไปใช้เพื่อรับเงินที่ได้จากการเล่นหุ้นจากต่างประเทศแล้วจะให้ค่าตอบแทนแก่นายธนาธิปฯ ทำให้นายธนาธิปฯ หลงเชื่อไปติดต่อหาคนมาเปิดบัญชีรับเงินดังกล่าว โดยนายทอมฯ ได้มอบบัตรเอทีเอ็มให้นายธนาธิปฯ จำนวน 1 ใบ เป็นการตอบแทน ซึ่งเป็นบัญชีที่มีเงินอยู่จำนวน 100,000 บาท โดยนายทอมฯ อ้างว่าเป็นเงินของตนเอง 

ต่อมา พนักงานสอบสวน ได้ยื่นคำร้องขอออกหมายจับนายทอมฯ ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 531/2564 ลง 18 ตุลาคม 2564 ในความผิดฐาน “ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน, ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดย มิชอบ ซึ่งเป็นบัตรที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้าค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด” 

ซึ่งต่อมานายทอมฯ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวดำเนินคดีแล้ว แต่หลังจากนั้นได้ยื่นประกันตัวและหลบหนีไม่มาพบพนักงานอัยการตามนัด โดยได้หลบหนีกบดานอยู่ในประเทศไทยเป็นระยะเวลาเกือบ 15 ปี ซึ่งจะครบกำหนดอายุความในวันที่ 22 ตุลาคม 2564 

จนกระทั่งวันที่ 21 ตุลาคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ.  สืบสวนทราบว่า นายทอมฯ  หลบหนีมากบดานอยู่ในเขต อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธุ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงเดินทางไปตรวจสอบ จนกระทั่งมาพบ นายทอมฯ อยู่ที่บริเวณโรงแรมแห่งหนึ่งใน ซอยหัวหิน 88/1 ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงแสดงตัวและขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง และแสดงหมายจับให้นายโทมัสฯ ตรวจสอบ ซึ่งนายทอมฯยืนยันว่าตนเองคือบุคคลตามหมายจับ และยังไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน จึงได้จับตัวนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก. 5 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา